ดูแลแบตเตอรี่ได้อย่างไร

ผมได้นำความรู้เรื่องการดูแลรัก ษาเครื่องยนต์ ซึ่งคุณศักดา ทองวัน เขียนไว้ และโพสต์ไว้ บนเว็บ http:// mechanicauto.blogspot.com/ มาแบ่งปันกันไปแล้วสองตอน ในคราวนี้ จะเป็นเรื่องการดูแลแบตเตอรี่คร ับ มาดูกันเลย

เจ้าแบตเตอรี่ที่รูปร่างเหมือนห ีบหนักๆ นี้ เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานที ่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี เป็นพลังงานไฟฟ้า ตัวของมันนี้ประกอบด้วย
1. เปลือกหม้อที่ผลิตจากวัสดุที่บอบบาง
2. แผ่นธาตุประกอบด้วยแผ่นตะกั่วบร ิสุทธิ์และแผ่นตะกั่วอ๊อกไซด์ มีแผ่นฉนวนกั้น
ระหว่างแผ่นธาตุ
3. น้ำยา หรือ Electrolyte ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำกรดกำมะถั นกับน้ำกลั่น ให้ได้ความถ่วงจำเพาะตามที่ต้อง การ คือ ประมาณ 1,250

เห็นบึกบึนอย่างนี้ แต่แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่บอบบ าง และมีราคาแพง ดังนั้นหากไม่ได้รับการเอาใจใส่ หรือบำรุงรักษาให้ถูกวิธี ก็จะทำให้อายุการใช้งานสั้น ไม่คุ้มค่า เนื่องจากชำรุดเสียหายได้ง่ายจา กการกระทบกระแทกของแข็ง หรือใช้งานผิดวิธี

ดังนั้นการดูแลแบตเตอรี่จึงมีข้ อควรระวังดังนี้ครับ
1. เวลาใส่ขั้วแบตเตอรี่ห้ามใช้โลห ะหรือของแข็งตอกอัดขั้วลงไป เพราะจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่ชำรุด และแผ่นธาตุภายในหลุดร่วง เกิดการชอร์ตในช่องของแบตเตอรี่  ควรใช้มือกดหมุนลงไปเท่านั้น ถ้าขั้วสายเล็กกว่าให้ใช้ไขควงถ ่างรอยผ่าเสียก่อน แล้วขันน๊อตให้แน่นพอสมควร เสร็จแล้วใช้จาระบีทาบาง ๆ เพื่อป้องกันซัลเฟตเกาะที่ขั้วแ บตเตอรี่

2. เวลาถอดขั้วสายออกจากแบตเตอรี่ห ้ามใช้ไขควงหรือของแข็งงัดออก เพราะจะทำให้ฝาแบตเตอรี่ชำรุดเส ียหายได้ ให้คลายสกรูออกให้หลวมเสียก่อน แล้วจึงใช้ไขควงกดปิดรอยแตกแยกใ ห้ถ่างออกแล้วใช้มือหมุนออกเช่น เดียวกับข้อ 

3. อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ให้นานเกิ นควร หรือสตาร์ทติดต่อเป็นเวลานานเกิ น 10 วินาที เพราะหากยังทำเช่นนั้นต่อไป จะทำให้แผ่นธาตุแบตเตอรี่ชำรุด หรือมอเตอร์สตาร์ทไหม้ได้

4. ให้เปิดฝาตรวจดูระดับน้ำยาที่อย ู่ในช่องแบตเตอรี่แต่ละช่องทุกส ัปดาห์ ถ้าระดับน้ำยาลดลงให้เติมเฉพาะน ้ำกลั่นเท่านั้น และควรสูงท่วมแผ่นธาตุประมาณ 1 ซม.

5. อย่าปล่อยแบตเตอรี่ไว้โดยไม่ได้ ใช้งานเป็นเวลานานเป็นอันขาด หากจำเป็น ต้องนำมาชาร์จไฟอย่างน้อย 15 วันต่อครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที

6. ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ด้วยกระแสไ ฟที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้แผ่นธาตุทำปฏิกิริย ากับน้ำยาอย่างรวดเร็ว เกิดความร้อนสูง ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ลดลงกว่ากำหนด

7. หมุนฝาปิดน้ำยาให้แน่น ขณะเดียวกัน รูระบายอากาศต้องไม่อุดตัน เพื่อระบายแก๊สขณะแผ่นธาตุทำปฏิ กิริยากับน้ำยาในแบตเตอรี่ ซึ่งจะเกิดความร้อนและการขยายตั วของแก๊ส อาจทำให้แบตเตอรี่บวมหรือระเบิด ได้

8. หมั่นเช็คทำความสะอาดฝาแบตเตอรี ่ อย่าให้มีสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่น น้ำมัน และความชื้น เป็นต้น หากมีซัลเฟตเกาะที่ขั้วสายให้ใช ้น้ำอุ่นล้างออก

9. อย่าวางเครื่องมือที่เป็นโลหะบน หม้อแบตเตอรี่ จะทำให้เกิดการลัดวงจร ขั้วแบตเตอรี่จะชำรุดเสียหายได้

10. การติดตั้งแบตเตอรี่ต้องติดตั้ง กับแท่นยึดที่แข็งแรงและแน่น ไม่สั่นสะเทือนมากในขณะปฏิบัติง านสะดวกต่อการบริการ ไกลจากความชื้น และอุณหภูมิไม่สูงเกินไป

11. ในการเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ให้ใช ้วิธียก อย่าลากหรือดึง หรือปล่อยลงกระแทกพื้นแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้เปลือกหม้อแบตเต อรี่ทะลุได้

12. แบตเตอรี่ใหม่หลังจากเติมน้ำยาแ ล้วจะเกิดกระแสไฟขึ้นเอง ทางด้านเทคนิคห้ามไม่ให้นำไปใช้ งาน เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบ ตเตอรี่สั้นหรือเสื่อมสภาพเร็วผ ิดปกติ จะต้องนำไปชาร์จไฟเสียก่อนด้วยก ระแสไฟอัตราไม่เกิน 2 – 3 แอมแปร์ ประมาณ 72 ชั่วโมงคือให้เลือกการชาร์จอย่า งช้าเอาไว้ ซึ่งระยะเวลาตรงนี้จากการหาข้อม ูลของผมแตกต่างกันไปบางแหล่งระบ ุว่า 5-10 ชั่วโมง ก็มีครับ เมื่อชาร์จช้าๆ แล้วจึงนำไปใช้งานก็จะทำให้ได้แ บตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

13. แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานและม ีประสิทธิภาพดีที่สุด แบตเตอรี่นั้นจะต้องได้รับการปร ะจุหรือชาร์จไฟเต็ม (Fully charged) อยู่ตลอดเวลา

14. แบตเตอรี่ทั่วไปมีอายุการใช้งาน ระหว่าง 6 เดือน ถึง 2 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้และบำรุงร ักษาที่ถูกวิธี หากบำรุงรักษาไม่ถูกวิธีอายุการ ใช้งานจะต่ำกว่า 6 เดือน แต่ถ้าใช้และบำรุงรักษาให้ถูกวิ ธีอายุการใช้งานจะได้ไม่น้อยกว่ า 2 ปี เลยทีเดียว

เห็นได้เลยว่า หากเราให้เวลาดูแลเอาใจใส่ส่วนต ่างๆ ของเครื่องยนต์แล้ว ก็จะทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ และประหยัดเงินอีกด้วยครับ