มือใหม่...ขับทางไกลอย่างปลอดภัย

ปัญหาของผู้ขับรถมือใหม่ คือ การขาดประสบการณ์ในการรับมือกับ สถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิดในระหว่างการขับรถ แต่ถ้ามีการเตรียมตัวที่ดี (ซึ่งหมายถึงเตรียมรถด้วย) แล้วล่ะก็จะช่วยให้มือใหม่ทั้งห ลายรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออกต่างจังหวัด ในคราวนี้จึงขอนำเอาบทความของคุ ณ ยุทธพงษ์ ภาษี จากหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก มาสรุปให้อ่านกันเป็นข้อมูลนะคร ับ

เริ่มที่รถกันก่อน ยาง เป็นสิ่งสำคัญในการขับรถ ไม่ว่าจะเป็นรถคันไหนก็ตาม หากยางไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็เส ี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ทั้ งนั้น ดังนั้นจึงต้องดูตั้งแต่ลมยาง ต้องให้เหมาะสมกับขนาดรถ และ การใช้งาน การตรวจสภาพภายนอก และแหล่งที่มาของยาง เช่น ไม่ควรใช้ยางเปอร์เซ็นต์ หรือยางใช้แล้ว

อุบัติเหตุในการใช้รถส่วนมากแล้ ว มักเป็นการชนท้ายคันหน้ารถแต่ละ คันมีระยะเบรก (จนรถหยุด) ไม่เท่ากัน ระยะของการเบรกหยุดจะแปรผันตามค วามเร็วและสมรรถนะของรถในขณะนั้ น การชนท้ายเกิดขึ้นเพราะเบรกไม่ห ยุด คือ ระยะเบรกไม่พอ เนื่องจากเว้นระยะห่างน้อยเกินก ว่าระยะเบรกหยุดของรถนั่นเอง ดังนั้น เมื่อความปลอดภัย จึงควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าอย ่างน้อย 4 วินาที เพื่อผู้ขับขี่จะมีเวลาอย่างเพี ยงพอสำหรับการเบรกหรือสลับช่องท างเพื่อหลีกเลี่ยงการชน เมื่อรถมีพื้นที่ว่างเพียงพอโอก าสจะชนจึงแทบไม่มีดังนั้นจึงควร หาที่ว่างรอบๆ ตัวไว้ตลอดเวลา

ถนนในต่างจังหวัดหลายช่วงมีการจ ราจรไม่หนาแน่นจึงทำให้เรามักเผ ลอขับรถด้วยความเร็วสูง ซึ่งการเผลอขับรถด้วยความเร็วสู งนี่แหละครับ ทำให้เมื่อถึงทางโค้งผู้ขับรถจะ ลดความเร็วไม่ทัน ทำให้หลุดโค้งเกิดอุบัติเหตุร้า ยแรงได้ ดังนั้น เมื่อต้องขับในทางโค้งให้มองออก ไปตามทางไกลๆ เพื่อให้เห็นลักษณะความโค้งทั้ง หมด แล้วจึงกำหนดความเร็วของรถ ซึ่งหากดูป้ายจราจร แล้วทำตามป้ายเตือน ป้ายบังคับที่มีอยู่ตามเส้นทางแ ล้วโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็จ ะหมดไป 
นอกจากนี้ก็ควรขับรถให้ถูกช่องท างตามที่กฎหมายกำหนด คือ หากถนนมีสองช่องทาง ช่องทางซ้ายสุดเป็นช่องสำหรับขั บ ช่องทางขวาเป็นช่องสำหรับแซงรถ หากถนนมีมากกว่าสองช่องทาง และช่องซ้ายมีรถ ก็สามารถขับในช่องถัดไปได้ ส่วนช่องขวาสุดเป็นช่องแซง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขับช้าๆ  ในช่องแซง เพราะจะไปขวางรถที่ต้องการจะแซง

ประเด็นต่อไปในเรื่องการใช้ช่อง ทางเดินรถ และความเร็วนี้ก็คือ ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับกระ แสการจราจร หมายความว่า ถ้ารถคันหน้าวิ่งเร็วเราก็ควรจะ ขับเร็วในระดับที่จะเกาะกลุ่มตา มกันไปได้ รถก็จะลื่นไหลไปด้วยกันไม่เกิดก ารกีดขวางรถคันอื่น 

ต่อไปเป็นสภาพของผู้ขับรถ หากต้องเดินทางไกลควรพักผ่อนให้ พอ เพื่อป้องกันภาวะหลับในซึ่งอาจก ่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ถึงจะนอนมาพอ การนั่งขับรถเป็นระยะทางไกลๆ ก็ทำให้เหนื่อย ล้าได้ จึงควรจอดพักเป็นระยะๆ และหากง่วงนอน มีวิธีแก้เพียงวิธีเดียวเท่านั้ น คือ การนอนหลับ หากไม่มีจุดพักรถ ให้หาที่จอดรถที่ปลอดภัย แล้วจึงพักนอนสักงีบก่อนเดินทาง ต่อ

หากต้องหยุดรถในขณะที่ขับอยู่ใน ช่องทางเดินรถ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม ให้เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อรถอยู่ในตำแหน่งเส ี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ในโค้ง บนทางลงของสะพาน จึงต้องมีการวางสัญญาณเตือนภัยใ ห้กับรถคันอื่นๆ ที่ตามมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซ้ำซ้อน โดยต้องวางสัญญาณนั้นให้เห็นอย่ างน้อย 100 เมตร ขึ้นไป
ในระหว่างขับรถก็ควรใช้สายตาของ เราให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด  เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลของทั้งส ถาพถนน และ อาการของรถแต่ละคันที่ใช้ถนนร่ว มกับเราอยู่ด้วย โดยให้มองไปยาวๆ ไกลๆ ดูวิว ดูทิวทัศน์รอบๆ แล้วก็อย่าลืมมองหลังด้วยล่ะครั บ เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยง และการตัดสินใจว่าจะหลบ (พวกที่ขับเร็วมากๆ) หรือจะหยุด หรือจอดที่ไหน อย่างไร

ทั้งนี้ การจอดรถก็ต้องมีการประเมินความ เสี่ยง ก่อนที่จะกำหนดจุด พื้นที่ ทิศทาง จอดรถที่ปลอดภัยด้วย

สุดท้ายก็เป็นแนวทางป้องกันการเ กิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ  เช่น ขึ้นเบรกมือทุกครั้งที่จอดรถ ไม่ทิ้งกุญแจรถคาไว้ เปลี่ยนทิศทางการจอดรถให้ปลอดภั ย และ ไม่กีดขวางผู้อื่น เช่นไม่จอดบริเวณปากซอย ในทางร่วมทางแยก จอดขวางทางเข้าออก รวมทั้งไม่จอดแบบคาเกียร์ P เป็นต้น หากต้องจอดในช่องเดินรถให้เปิดไ ฟสัญญาณสำหรับการจอดรถ คือ ไฟกระพริบสีเหลืองพร้อมกัน 
หากปฎิบัติเช่นนี้แล้วการเดินทา งของคุณก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้ นครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.komchadluek.net/ detail/20131215/174862.html