การตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

เราตรวจน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ กันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นการตรวจน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราควรจะตรวจอย่างน้อยเดือนละครั้ง การตรวจน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์นี้ทำได้ทั้งในขณะที่เครื่องเย็น คือ ไม่ติดเครื่องยนต์ และในขณะที่เครื่องทำงาน

การตรวจน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ในขณะเครื่องเย็นทำได้ง่ายๆ โดยดูที่ด้านข้างของกระปุกน้ำมัน ระดับน้ำมันควรอยู่ที่ไม่เกินขีดระดับสูงสุด และไม่ต่ำกว่าระดับต่ำสุด รถบางรุ่นอาจจะมีขีดบอกระดับไว้ข้างๆ กระปุกน้ำมัน เช่นรุ่นที่มีกระปุกเป็นแบบใสหรือรถบางรุ่นจะมีขีดบอกไว้ตรงก้านวัดซึ่งติดอยู่ที่ฝาของกระปุกน้ำมัน ซึ่งจะเป็นกระปุกแบบทึบนั่นเอง อย่างในรูปด้านล่าง

รถยนต์บางรุ่นจะขียนบอกสเกลไว้ว่า COLD และHOT ซึ่งในตำแหน่ง COLD ก็หมายถึงว่า น้ำมันควรจะอยู่ที่ขีดนี้ตอนเครื่องเย็น ส่วนขีด HOT หมายถึง น้ำมันของพวงมาลัยพาวเวอร์ควรจะอยู่ที่ขีดนี้ตอนเครื่องยนต์ร้อน ระดับน้ำมันจึงไม่ควรต่ำกว่าขีดที่กำหนด เพราะในขณะที่ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ทำงานจะเกิดความร้อนในระบบสูงมาก ดังนั้นจึงไม่ควรให้น้ำมันเกียร์พาวเวอร์ขาดโดยเด็ดขาด

อาการที่ระดับน้ำมันต่ำนี้สาหตุหนึ่งอาจมาจากการรั่วในระบบ ดังนั้น หากพบว่าระดับน้ำมันต่ำบ่อยๆ ก็ควรเอารถเข้าตรวจระบบพวงมาลัยพาวเวอร์โดยเร็ว

การเติมน้ำมันพาวเวอร์ ให้เทน้ำมันช้าๆ เพื่อป้องกันน้ำมันหกเลอะส่วนอื่นๆ แต่หากน้ำมันหกให้รีบทำความสะอาดทันที เพราะอาจะทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ ในห้องเครื่องยนต์เกิดการเสียหายได้

ส่วนการตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์พาวเวอร์ในขณะที่เครื่องทำงานทำได้โดย จอดรถบนพื้นราบไม่เอียง แล้วติดเครื่องยนต์ จากนั้น

  • หมุนพวงมาลัยไปตำแหน่งขวาสุด และซ้ายสุด เพื่อเพิ่มอุณหภูมิน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ แล้วหมุนพวงมาลัยกลับมาที่ตำแหน่งปกติข้อสำคัญ อย่าหยุดพวงมาลัยค้างไว้ในตำแหน่งขวาสุด/ซ้ายสุดนานเกินกว่า 10 วินาที เนื่องจากอาจจะทำให้ระบบลูกยาง ท่อยาง ลูกยาง ลูกน้ำท่อยาง ที่เกี่ยวข้องกับระบบเพาเวอร์ ฉีกขาดหรือแตกได้ เนื่องจากการหมุนพวงมาลัยสุดทำให้แรงดันสูง
  • ตรวจดูระดับน้ำมัน ซึ่งควรอยู่ที่ขีดของระดับ HOT
  • ถ้าเป็นกระปุกพวงมาลัยพาวเวอร์แบบทึบให้เปิดฝากระปุก และดูที่ก้านซึ่งจะมีขีดแสดงระดับน้ำมัน และตรวจดูระดับน้ำมันที่ก้านวัด

ก็เห็นจะมีเท่านี้แหละครับสำหรับการตรวจดูน้ำมันเกียร์พาวเวอร์ คราวหน้าจะเป็นเรื่องน้ำธรรมดาๆ แต่ก็สำคัญไม่แพ้น้ำมันประเภทต่างๆ ที่ใช้ในระบบของเครื่องยนต์ครับ

 

ที่มา เนื้อเรื่อง และภาพ
https://topspeedtraining.wordpress.com/2011/06/23/power-steering-fluid-check/
http://www.srdriving.com/main/content/view/64/54/
http://www.rama3honda.com/H3Bid/?id=forum_detail&forumid=34